กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์

i-NewsPaper

เศรษฐกิจ

วันพฤหัสบดี 11 ตุลาคม 2561

เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

  • ข่าวหน้าแรก
  • Photo Gallery
  • การเมือง
  • เศรษฐกิจ
  • ธุรกิจ
  • หุ้น-ลงทุน
  • ทัศนะวิจารณ์
  • ต่างประเทศ
  • จุดประกาย
  • เสาร์สวัสดี
  • @Taste
  • กรุงเทพวันอาทิตย์

Bangkokbiznews

icon keyสมัครสมาชิกสำหรับการเข้าถึงเต็มรูปแบบ, สมัครวันนี้!สมัครสมาชิก

‘ไอเอ็มเอฟ’เตือนรับมือศก.ชาติเกิดใหม่ถดถอย

นโยบายเศรษฐกิจ

ไอเอ็มเอฟเตือนความเสี่ยงต่อระบบการเงินโลกเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนหลัง เนื่องจากตลาดเกิดใหม่บางประเทศกำลังมีปัญหา และความตึงเครียดจากสงครามการค้ายังดำรงอยู่ต่อเนื่อง

“คริสติน ลาการ์ด”แนะผู้นำโลกจำเป็นต้องแก้ไขระบบการค้าโลกแทนที่จะพยายามทำลาย    รายงานเสถียรภาพการเงินโลกที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) จัดทำขึ้นปีละ 2 ครั้ง ฉบับล่าสุดเผยแพร่วานนี้ (10 ต.ค.) ในการประชุมไอเอ็มเอฟและเวิลด์แบงก์ที่เกาะบาหลีของอินโดนีเซีย ระบุว่า แม้เงื่อนไขโดยรวมจะเอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่สถานการณ์เสี่ยงเลวร้ายลงกว่านี้หากตลาดเกิดใหม่ถดถอยต่อไปอีก หรือสงครามการค้าบานปลาย    รายงานชี้ว่า ความเสี่ยงใหม่ๆ ได้ปรากฏขึ้นขณะที่ความยืดหยุ่นของระบบการเงินโลกยังไม่ถูกทดสอบ ที่น่าห่วงกว่านั้นคือผู้เล่นในตลาดดูเหมือนพึงพอใจกับความเสี่ยงจากสภาวะการเงินที่ตึงตัวอย่างฉับพลัน เช่น การขึ้นอัตราดอกเบี้ย หรือการเข้าถึงเงินทุนลดลง    สิ่งที่ไอเอ็มเอฟห่วงเป็นอันดับต้นๆ คือประเทศตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะอาร์เจนตินาและตุรกี สองประเทศนี้มีหนี้ต่างประเทศสูงมากและต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา    อาร์เจนตินาเคยขอความช่วยเหลือจากไอเอ็มเอฟ 2 ครั้ง รวมทั้งรอบล่าสุดได้เงินกู้ 2 ปี วงเงิน 5.7 หมื่นล้านดอลลาร์ ที่คณะกรรมการบริหารไอเอ็มเอฟยังไม่อนุมัติ    ทั้งนี้ สืบเนื่องจากการประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้าขึ้นอัตราดอกเบี้ย กระตุ้นให้นักลงทุนนำเงินออกไปหาผลตอบแทนที่สูงกว่า ไอเอ็มเอฟจึงแนะนำประเทศตลาดเกิดใหม่ให้มีมาตรการป้องกันตนเองจากเงินทุนไหลออก นั่นรวมถึงต้องเพิ่มทุนสำรองระหว่างประเทศที่นำไปใช้ได้ในช่วงวิกฤติ ร่วมมือกับตลาดตราสารหนี้ท้องถิ่นสร้างฐานนักลงทุนในประเทศ มากกว่าจะพึ่งเงินทุนจากต่างประเทศแต่เพียงฝ่ายเดียว    “ขณะที่นักลงทุนต่างชาติมีบทบาทสำคัญในภาคการเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่มากยิ่งขึ้น แต่การมีบทบาทมากเกินไปก็อาจทำให้ตลาดสินทรัพย์ในประเทศเหล่านี้อ่อนไหวกับปัจจัยช็อคตลาดจากภายนอกได้มากขึ้นเช่นกัน” รายงานระบุ    ไอเอ็มเอฟยังเตือนเรื่องหนี้ภาคเอกชนสูง สินเชื่อไม่ก่อให้เกิดรายได้เพิ่ม และหนี้สาธารณะรวมที่มีมากเกินไป กระนัั้นนักลงทุนก็ยังลงทุนในตลาดเกิดใหม่มากน้อยแตกต่างกันไปไม่ได้หนีออกไปทั้งหมด    การค้าเสี่ยงเพิ่ม    รายงานยังกังวลเรื่องการค้าระหว่างประเทศเช่นเดียวกับแถลงการณ์ฉบับก่อนๆ ของไอเอ็มเอฟ แต่ระบุว่าความตึงเครียดทางการค้าส่งผลกระทบเป็นรายภาคมากกว่าส่งผลถึงระบบการเงินโดยตรง แต่การเก็บภาษีเพิ่มและมาตรการตอบโต้อาจนำไปสู่ภาวะเงินตึงตัวเป็นวงกว้าง ส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจโลกและเสถียรภาพทางการเงิน    แม้เฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่สภาวะการเงินในสหรัฐยังผ่อนคลายต่อไป เนื่องจากมูลค่าสินทรัพย์ยังคงสูง ส่วนสภาวะในยุโรปและประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้าสำคัญอื่นๆ ยังคงค่อนข้างผ่อนคลายเช่นกัน แม้ว่านักลงทุนเลิกคาดหวังว่าธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะขึ้นอัตราดอกเบี้ย    สภาวะการเงินในจีนยังคงมีเสถียรภาพ แม้หนี้สินบริษัทสูงกว่าที่เคยและครัวเรือนกู้ยืมสูงที่สุดในบรรดาประเทศตลาดเกิดใหม่ การที่รัฐบาลจีนผ่อนคลายกฎระเบียบบางประการอาจช่วยหนุนเศรษฐกิจได้ในระยะสั้น แต่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพการเงินในระยะกลาง    ด้านกรรมการผู้จัดการไอเอ็มเอฟตอบโต้นักการเมืองชาตินิยมที่ใช้ภาษีและการกีดกันทางการค้าเป็นเครื่องมือ เตือนผู้นำโลกจำเป็นต้องแก้ไขระบบการค้าโลกแทนที่จะพยายามทำลาย    นางคริสติน ลาการ์ด กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวในการประชุมไอเอ็มเอฟและเวิลด์แบงก์  เตือนถึงความเสี่ยงใหม่ๆ ในระบบโลก โดยขอให้ประเทศทั้งหลายร่วมมือกันลดข้อพิพาทที่บานปลายและช่วยกันแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการค้าที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน    “เราต้องจับมือกันแก้ไขระบบการค้าในปัจจุบัน ไม่ใช่ทำลายลงไป”    อย่างไรก็ตามนางลาการ์ดกล่าวกว่า ไม่ได้หดหู่นักกับสภาพโลกตอนนี้ แม้อนาคตจะดูหม่นหมองแต่เธอมีความหวังอย่างมากว่าทุกประเทศต้องการปรับปรุงและขยายการค้า โดยยกตัวอย่างที่สหรัฐ แคนาดา และเม็กซิโกกลับมาเจรจาข้อตกลงนาฟตากันได้ใหม่     ความเห็นของนางลาการ์ดเกิดขึ้นในช่วงที่ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐกำลังระอุ บั่นทอนเศรษฐกิจทั่วโลกประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เก็บภาษีหรือขู่ว่าจะเก็บภาษีจากนานาประเทศ ที่ชัดที่สุดคือจีน รวมถึงพันธมิตรเก่าอย่างสหภาพยุโรปด้วย ประกอบกับสหรัฐขึ้นอัตราดอกเบี้ยส่งผลให้สกุลเงินประเทศตลาดเกิดใหม่ดิ่งหนัก เนื่องจากประเทศเหล่านี้กู้เงินดอลลาร์เป็นส่วนใหญ่จึงต้องเร่งหาเงินมาใช้หนี้    นักวิชาการวิจารณ์ทรัมป์    นายเจฟฟรีย์ แซคส์ นักวิชาการคนดัง ผู้อำนวยการศูนย์การพัฒนาที่ยั่งยืน มหาวิทยาลัยโคลัมเบียของสหรัฐ กล่าวในเวทีเดียวกัน ประณามท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่มักอ้างว่าการขาดดุลการค้ากับจีนและประเทศอื่นๆ เท่ากับว่าชาวอเมริกันกำลังถูกเอาเปรียบ    “การขาดดุลการค้าไม่จำเป็นต้องหมายความว่าถูกอีกฝ่ายหนึี่งโกง สหรัฐกำลังพยายามหยุดการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน ซึี่งเป็นความคิดที่น่ากลัวมาก ทุกข้อกล่าวหาที่มีต่อจีนถูกขยายความจนเกินจริงไปมาก”

เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก เพื่ออ่านแบบเต็มรูปแบบ
advertisements-p1
advertisements-p2